Event Magazine
 
   
 

นินิตยสารฟอร์บส โกลบอล ( Forbes Global ) รายงานว่าขณะนี้ธุรกิจสื่อป้ายโฆษณากลางแจ้งทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมีอัตราการเจิญเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมูลค่าอุตสาหกรรมโฆษณากลางแจ้งทั่วโลกอยู่ที่ 17,000 ล้านยูโร หรือ 780,000 ล้านบาท คิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการใช้จ่ายผ่านสื่อโฆษณาทั่วโลก นอกจากนี้ ซีนิท ออปติมีเดีย กรุ๊ป ( Zenith Optimedia Group) ลอนดอน ประเทศ อังกฤษ ยังรายงานผลการวิจัยการใช้จ่ายงบโฆษณาผ่านสื่อโฆษณากลางแจ้งทั่วโลกด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมาจนถึงปี 2545 สื่อโฆษณากลางแจ้งมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 14 เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนการเจริญเติบโตส่วนใหญ่เฉลี่ย 9 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในแถบเอเชียแปซิฟิก หันกลับมามองในเมืองไทยบ้างก็จะพบว่า ธุรกิจสื่อนอกบ้าน ( OHM : Out Of Home Media ) ก็ได้รับการจับตาว่ามาแรง เป็นอีกสื่อหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการเป็นอย่างมาก จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้บริโภคท้องถิ่น ( Upcountry Survey ) ของ โอ เอ็ม ดี บริษัทบริหารสื่อยักษ์ใหญ่ อันดับ 3 ของไทย ระบุว่าเอาท์ดอร์บิลบอร์ดเป็นสื่อดาวรุ่งแห่งปี 2547 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต ที่ 15-17 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ข้อมูลจาก เอซี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ( Nielsen Media Research ) ระบุว่าสื่อโฆษณากลางแจ้ง มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 84.45 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากปี 2545 ซึ่งมีมูลค่า 1,718 ล้านบาท กับปี 2546 ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 3,169 ล้านบาท การขับเคลื่อนธุรกิจของสื่อนอกบ้านเหล่านี้ แน่นอนว่าอยู่ในมือของบรรดา 7 เสือธุรกิจป้าย ที่อยู่ในวงการ อย่าง ที.พี.เอส มีเดีย, โฟร์อาร์ต , บางกอก ไตรวิชั่น , 96 แอดเวอร์ไทซิ่ง , พีไลท์ , โฆษณา แอนด์ คอนสตรัคชั่น , ยูเนี่ยน พาวเวอร์เจ็ท และ มาสเตอร์ แอด ความสำเร็จของผู้ประกอบการดังกล่าว เป็นกรณีศึกษาสนใจว่า อะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้ทั้งหมดผงาด บนเส้นทางเจ้าแห่งบิลบอร์ดในเมืองไทย

 
 
กว่า 50 ปีสำหรับการทำงาน น่าจะได้อะไรมากมายสำหรับชีวิตคนทำงานคนหนึ่ง ความรู้สึกนี้ ธานินทร์ โล่ห์รัตนเสน่ห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ที.พี.เอส.มีเดีย จำกัด เป็นอีกคนที่ฉายภาพได้ดี ป้ายโฆษณาและชีวิตของธานินทร์ เริ่มเป็นส่วนหนึ่งซึ่งกันและกันเมื่อ 48 ปีก่อน เมื่อร้านไทยประดิษฐ์ โฆษณา ร้านรับทำป้าย โฆษณาเก่าแก่ของพี่ชายเป็นที่แรกๆ ที่ทำให้เขารู้จักโลกของป้าย เขาเรียนรู้พื้นฐานทุกอย่างเกี่ยวกับป้ายไม้ ตั้งแต่ทำโครงไม้ พ่นสี ปิดทอง พร้อมกับพัฒนาธุรกิจไปพร้อมๆกัน ซึ่งตัวอย่างอย่างหนึ่งที่เขานำมาใช้คือ การใช้พลาสติกมาทำป้าย และการเปิดบริษัทผู้นำแห่งป้าย ไซด์ ลีดเดอร์ เพื่อรับงานป้ายนีออนดัดโดยเฉพาะ ว่ากันว่า ป้ายนีออนดัดในยุค 30 ปีก่อน ถือว่าฮิตที่สุดที่ทุกบริษัทจะต้องเรียกใช้บริการ โดยลูกค้า ของเขาในยุคนั้นได้แก่ ซิติเซน ราโด้ โค้ก เป็ปซี่ เบียร์สิงห์ เนชั่นเนล เมื่อประสบการณ์มากขึ้น เขาเริ่มมองหาลู่ทางสร้างตัว โดยเริ่มจากการตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยประสิทธิ์ ย่านวงเวียน 22 กรกฏาคม ซึ่งเป็นแหล่งรวมบริษัททำป้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น ไทยประสิทธิ์นีออน
แม้จะอยู่ในแหล่งรวมป้าย แต่คู่แข่งก็มีทุกรูปแบบซึ่งนั่นทำให้เขาต้องพลิกเกมส์ธุรกิจอีกครั้ง " ตอนนั้น ใครจะทำป้ายต้องไปที่วงเวียน 22 ร้านแถวนั้นก็ไม่มีใครออกไปรับงานข้างนอก ก็เลยคิดว่า ถ้าเรามีระฆัง แล้วไม่เคาะระฆัง ระฆังจะดังได้อย่างไร " ปฏิบัติการเคาะระฆังของเขาคือ เหวี่ยงแหแจกนามบัตร ตามบริษัทต่างๆ ที่คาดว่าต้องทำป้ายโฆษณา ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ว่าอาจมีลูกค้าบางรายติดต่อกลับมา " ธุรกิจยุคใหม่ตอนนั้นต้องทำแบบนี้ จะรอให้ภูเขาเคลื่นที่มาหาไม่ได้ " จากแนวคิดดังกล่าว ทำให้เขามีลูกค้าเพิ่มขึ้นๆ จนนำไปสู่แนวความคิดที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจป้าย โดยสั่งป้ายรูปแบบใหม่ๆจากต่างประเทศ เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการผลิตภายในประเทศ ไม่เพียงพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ของป้ายมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับธุรกิจในประเทศ แต่ทุกครั้งที่เขามีโอกาสไปต่างประเทศ ธานินทร์จะใช้เวลาส่วนใหญ่เก็บแคตตาล็อกตามงานแสดง เกี่ยวกับสื่อนอกบ้าน และเดินดูป้ายโฆษณา เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจ จากไทยประสิทธิ์นีออน เปลี่ยนมาเป็นไทยประสิทธิ์ ไซด์ เทค เพื่อทำป้าย 3 มิติ ซึ่งเป็นของใหม่ ในยุค 20 ปีก่อน โดยมีป้ายเบียร์คลอสเตอร์เป็นป้ายแรกที่ลงมือผลิต และสร้างความฮือฮาทั่วเมืองไทย
ธานินทร์ไม่เพียงนำเทคโนโลยีใหม่อย่างป้าย 3 มิติ หรือนีออนดัดเท่านั้นยังนำเอาริปเปิลไลท์ ( Riplelite ) หรือตัวเหลี่ยมสะท้อนแสง ( ผลิตจากอลูมีเนียม ซึ่งมีต้นกำเนิดจากสวีเดน แต่ญี่ปุ่นนำไปดัดแปลง เป็นพลาสติกทนความร้อน เพื่อให้มีลักษณะบางเบา เวลาถูกลมพัดจะพริ้วไหวเปลี่ยนสีสวยงาม ) มาใช้กับสื่อเอาท์ดอร์เป็นรายแรกของเมืองไทยอีกด้วย สรางความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการในขณะนั้นเป็นอย่างมาก แต่วันเวลาริปเปิลไลท์ ก็หดสั้นกว่าเวลาอันสมควร เนื่องจากสภาพแวดล้อมในบ้านเราที่เป็นใจ กระทั่งทำให้ป้ายสวยงามต้องใช้ระยะเวลาใช้งานที่ค่อนข้างสั้น อย่างไรก็ตาม นอกจากประยุกต์ คิดค้น สื่อโฆษณารูปแบบใหม่ๆแล้ว สิ่งที่ถือว่าเป็นการสร้างชื่อให้กับเขามากที่สุดอีก ด้านหนึ่งก็คือ การทำธุรกิจให้เช่าโครงป้าย ในนามบริษัท ที.พี.เอส.มีเดีย จำกัด จุดเริ่มของธุรกิจนี้เกิดจากการที่เขามองว่า การทำป้ายอาจจะถึงทางตันด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทางออกสำหรับนักธุรกิจอย่างเขาคือ หาธุรกิจอื่นเพื่อเลี้ยงตัวให้รอด จากการให้เช่า 1 ป้าย ธุรกิจเริ่มขยายตัวเป็น 2 ป้าย เป็น 7 ป้าย กระทั่งเพิ่มเป็น 200 กว่าโครงป้ายทั่วประเทศ ในยุคที่ธุรกิจเฟื่องเมื่อปี 2533
ปัจจุบันเขาหันมาเน้นธุรกิจให้เช่าโครงโมโนโพล ซึ่งเป็นโครงแบบเสาเดี่ยว ได้ทั้งความแข็งแรง ความสวยงาม และใช้พื้นที่น้อยในการขึ้นโครงป้าย ซึ่งเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่จะมักจะไม่ปฏิเสธในการ เจรจาธุรกิจเช่าพื้นที่ติดตั้งป้าย สำหรับปัจจัยความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้น ธานินทร์ อธิบายว่าศึกษาจากประสบการณ์คนรุ่นก่อน แล้วนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งต้องพยายามดูนวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องป้ายในต่างประเทศและหาทางมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ " ทำงานแบบผม คือ ไม่มีเวลาพักต้องคิด 24 ชั่วโมง คิดตลอดเวลาเพราะเราเป็นผู้นำ แค่เดินหรือหยุดวิ่ง คนอื่นก็มีสิทธิแซงเราแล้ว " ด้านแผนการลงทุนในปีนี้ ธานินทร์เผยว่า จะใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างโครงป้ายอีก 5 แห่ง ในเส้นทางที่มุ่งสู่ภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคตะวันออก ส่วนในกรุงเทพฯ จะเพิ่มอีก 10 แห่งบริเวณทางด่วน ขั้นที่ 1 ทางด่วนขั้นที่ 2 คาดว่าจะใช้งบลงทุนใน 2 โครงการนี้ประมาณ 60 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างป้ายขนาดเล็กแบบมินิซีรี่ส์ ขนาด 4X6 เมตร บริเวณถนนวิภาวดี-รังสิตอีก 15 โครงการ ใช้งบลงทุน 6 ล้านบาท และลงทุนกับป้ายโฆษณา LED Full CoLor ถึง 3 ขนาด คือ ขนาด 3X4 เมตร จำนวน 1 ป้าย ใช้งบลงทุน 10 ล้านบาท ขนาด 7.20X9 เมตร จำนวน 2 ป้าย ใช้งบลงทุน 45 ล้านบาท และขนาด 8.20X10.40 เมตร จำนวน 1 ป้าย ใช้งบลงทุน 65 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะติดตั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ นอกเหนือจากบริษัท ที.พี.เอส มีเดีย จำกัด ซึ่งดูแลธุรกิจ เกี่ยวกับสื่อทั้งหมดแล้ว ธานินทร์ได้ขยายกิจการ ก่อตั้งบริษัทเพิ่มขึ้นดังนี้ บริษัท ประสิทธิ์ ไซน์เทค จำกัด รับผลิตป้ายทั่วไป บริษัท นีโอเวฟ จำกัด รับผลิตป้ายประเภทไฮเทค และบริษัท มัลติมีเดีย แอนด์ ไซน์ จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายป้าย แม้วัยจะลุล่วงสู่ 65 ปีแล้ว แต่ปัจจุบัน ธานินทร์ยังคงดูแลธุรกิจที่เขาสร้างมากับมือ พร้อมกับยังคิดค้น และประยุกต์สื่อโฆษณารูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเขาบอกว่าจะนำริปเปิลไลท์กลับมาสร้างความฮือฮาในบ้านเราอีกครั้ง !!
        Copyright © 2005 TPS GROUP. All rights reserved
Developed by Binhood StudioBinhood Studio